Make your own free website on Tripod.com

รุปสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ ที่ จังหวัดพิจิตร

ข้อมูล : กองควบคุมโรคระบาด กรมปศุสัตว์ (26 มิถุนายน 2543)


เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543 กรมปศุสัตว์ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพิจิตร ว่าพบผู้ป่วยอาการคล้ายโรคแอนแทรกซ์ เนื่องจากรับประทานเนื้อแพะ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการสอบสวนโรค พร้อมดำเนินการควบคุมโรคที่เกิดขึ้น โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  1. เนื้อแพะที่ผู้ป่วยบริโภคได้มาจากฝูงแพะที่เลี้ยงที่หมู่ 6 ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โดยแพะฝูงนี้ เป็นแพะที่เจ้าของไปซื้อมาจาก ชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเคลื่อนย้ายมายัง จังหวัดพิจิตร ตั้งแต่ วันที่ 6 พฤษภาคม 2543 มีทั้งสิ้น 454 ตัว ทั้งนี้ได้มีการกักแพะชุดดังกล่าวที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก่อนเคลื่อนย้ายเป็นเวลา 10 วัน ตามระเบียบกรมปศุสัตว์
  2. วันที่ 17 พฤษภาคม 2543 แพะเริ่มทยอยป่วยตาย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร ได้ผ่าซากชันสูตรในวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 พบรอยโรคปอดบวม จึงได้ทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และพบอาการดีขึ้น
  3. เจ้าของแพะได้ย้ายแพะฝูงดังกล่าวที่เหลือประมาณ 200 ตัว มาเลี้ยงที่ ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2543 ซึ่งยังคงพบมีสัตว์ทยอยป่วยตาย โดยเมื่อทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะสัตว์มีอาการดีขึ้นและไม่พบมีสัตว์ตายเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2543
  4. จากการสอบสวนประวัติการสัมผัสซากแพะของผู้ป่วย ทำให้คาดว่าแหล่งที่มาของโรคอาจเป็นไปได้ 2 กรณี
    1. แพะชุดดังกล่าวได้รับเชื้อมาแล้ว ก่อนเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ จังหวัดพิจิตร แต่จากการสอบสวนโรคพบว่า มีแพะที่ซื้อมาจากชาวบ้านในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีทั้งสิ้นประมาณ 1,500 ตัว โดยขณะนี้ยังมีเลี้ยงอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอีกประมาณ 800 ตัว และส่งไปยังจังหวัดลพบุรี และกรุงเทพฯอีกประมาณ 300 ตัว โดยแพะที่เหลือดังกล่าว ทั้งหมด ไม่มีแสดงอาการป่วย หรือตายด้วยโรคแอนแทรกซ์แต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์ยังคงให้เจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าระวังโรคในแพะชุดดังกล่าวอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
    2. แพะชุดดังกล่าว ได้รับเชื้อหลังจากเคลื่อนย้ายมายังจังหวัดพิจิตร เนื่องจากระยะเวลาที่แพะเคลื่อนย้าย จาก อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอยู่ในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร จนถึงวันที่ชาวบ้านชำแหละซาก และป่วยเป็นโรคแอนแทรกซ์นั้น เป็นเวลา 12 วัน ซึ่งมากกว่าระยะฟักตัวของโรค (โดยปกติ 3-7 วัน ในสัตว์) และมีประวัติของการดันพื้นดินขึ้นเป็นคันกั้นเพื่อใช้เลี้ยงแพะ จึงมีความเป็นไปได้เช่นกันว่า การกลับหน้าดิน ทำให้สปอร์ของเชื้อแอนแทร็กซ์ ที่อาจมีอยู่ กลับขึ้นมาบนพื้นผิว และสัตว์ได้รับเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ดังกล่าว เท่าที่สืบทราบไม่เคยมีประวัติของการเกิดโรคมาก่อน ซึ่งขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้สั่งการให้เก็บตัวอย่างดินในพื้นที่ดังกล่าวมาตรวจหาเชื้อแล้ว อนึ่งการเกิดโรคในลักษณะเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2540 หลังจากไม่เคยเกิดโรคมากว่า 20 ปี โดยทางการสันนิษฐานว่า สัตว์น่าจะได้รับ สปอร์ของเชื้อซึ่งปนเปื้อนอยู่ในพื้นดิน

าตรการการดำเนินการควบคุมโรคแอนแทรกซ์ ของกรมปศุสัตว์


1. ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวที่ อำเภอโพธิประทับช้าง อำเภอสามง่าม และ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออก บริเวณจุดเกิดโรคโดยเด็ดขาด และหากมีสัตว์ป่วยตาย ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์โดยทันที ห้ามมิให้กระทำการใดๆ ต่อสัตว์ป่วยหรือซากสัตว์ รวมทั้งไม่ให้มีการฆ่าหรือชำแหละสัตว์ ในบริเวณนั้น จนกว่าโรคสงบ
2. ทำลายเชื้อที่อาจปนเปื้อน อยู่ในดินหรือน้ำในบริเวณจุดเกิดโรค จุดชำแหละ ตลอดจนจุดที่เกี่ยวข้อง
3. สุ่มเก็บตัวอย่างดินและน้ำ ซึ่งอยู่ในบริเวณจุดเกิดโรค ตลอดจนจุดที่เกี่ยวข้อง มาตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis
4. ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค แอนแทรกซ์ ให้กับสัตว์รอบจุดเกิดโรค
5. ฉีดยาปฏิชีวนะ ให้กับสัตว์ร่วมฝูงที่หลงเหลือ
6. เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง จนกว่าโรคจะสงบ
7. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปทราบถึงอันตรายของโรค และให้มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันโรค โดยไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป
8. สำรวจภาวะโรคที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของสัตว์ป่วย

กษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และประชาชนมีข้อควรปฏิบัติในการป้องกันโรคแอนแทรกซ์อย่างไร

  1. เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ที่เคยเกิดโรคให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์เป็นประจำ
  2. เมื่อมีเหตุสัตว์ป่วย ตายกระทันหัน อย่าชำแหละซากสัตว์โดยเด็ดขาดและรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์โดยทันที หรืออาจฝังดินให้ลึกโรยด้วยปูนขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. อย่าเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ในพื้นที่ไปที่อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  4. สำหรับประชาชนควรกินแต่อาหารที่ปรุงสุกแล้วและกำลังร้อนอยู่เท่านั้น ไม่กินอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์สุก ๆ ดิบ หรือไม่ได้ปรุงด้วยความร้อน
  5. อย่าซื้อเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น สีผิดปกติ มีลักษณะตุ่มหรือผิวที่ผิดปกติ เลือกซื้อจากเขียงที่สะอาด มีมาตรฐาน และมีสิ่งป้องกันเนื้อสัตว์จากแมลงวันตอม