Make your own free website on Tripod.com

ผลการชันสูตรซากลิง Colobus พันธุ์ Kilimanjaro จากสวนสัตว์ดุสิต


การแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2543

ณ ห้องประชุม 2 สำนักคณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย
- ศ.น.สพ. ดร.ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร คณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
- รศ.น.สพ. ดร.คณิศักดิ์ อรวีระกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
- รศ.น.สพ.ดร. เล็ก อัศวพลังชัย หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา
- คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์
- คุณทนง ศรีพิทักษ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต
- คุณโสภณ ดำนุ้ย รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์
- นายสัตวแพทย์กาญจน์ชัย แสนวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์
- นายสัตวแพทย์สมชาย โชติอภิสิทธิ์กุล นายสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์ดุสิต
- รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา ไศละสูต ผู้อำนวยการงานประชาสัมพันธ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์

สรุปผลการชันสูตรซาก

ลิง Colobus พันธุ์ Kilimanjaro (Colobus abyssinicus caudatus) จำนวน 3 ตัว จากสวนสัตว์ดุสิต จากข้อมูลการชันสูตรทางพยาธิวิทยาซากลิงทั้ง 3 ตัว พบว่ามีการทำลายเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองและม้ามอย่างเด่นชัด ซึ่งน่าจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เนื้อเยื่อดังกล่าวมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายไวต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร โดยปรากฏเป็นอาการและรอยโรคของปอดบวมและท้องเสีย

ถาม - ตอบ

  1. การติดเชื้อไวรัสเอดส์ลิงเคยมีหลักฐานว่าลิงเคยเป็นเอดส์ตายหรือไม่
  2. การติดเชื้อ Simian Immunodeficiency Virus (SIV) ตามธรรมชาติในลิงทั่วไปมักจะไม่มีผลทำให้ลิงแสดงอาการป่วยและตาย เช่นเดียวกับการติดเชื้อ Human Immunodeficiency Virus (HIV) ในคน ผู้ป่วยติดต่อในระยะที่ 2 จะไม่แสดงอาการใด ๆ แต่อาจตรวจพบไวรัสหรือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อ SIV โดยการทดลองในลิงแสดงให้เห็นว่า ลิงสามารถติดเชื้อ SIV และตายได้โดยกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ที่คล้ายคลึงกับที่เกิดขึ้นในคน

  3. ไวรัสเอดส์จากลิงสามารถติดต่อกับมนุษย์ได้หรือไม่
  4. ไวรัส SIV ในลิงชนิดต่าง ๆ จัดในกลุ่ม Lentiviruses ซึ่งมีรูปร่างลักษณะทางกายภาพและทางชีวภาพสัมพันธ์กันกับ HIV-1 และ HIV-2 ไวรัสในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติร่วมกันในการเพิ่มจำนวนได้ในเซลล์เม็ดเลือดขาวและ SIV สามารถเพิ่มจำนวนได้ในเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนที่เพาะเลี้ยงนอกตัวคนได้ อย่างไรก็ตามหลักฐานในผู้ปฏิบัติงานห้องทดลองเกี่ยวกับไวรัส SIV ที่ได้รับเชื้อดังกล่าวโดยเข็มที่มีการปนเปื้อนไวรัสแทงโดยบังเอิญ เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน โดยตรวจไม่พบการเพิ่มจำนวนของไวรัสหรือการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง และผู้สัมผัสไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ไวรัส SIV ติดต่อคนได้หรือไม่ ยังไม่ชัดเจน

  5. ถ้าไวรัสเอดส์จากลิงติดต่อมนุษย์ได้ ติดต่อได้ทางใดบ้างและสามารถติดต่อกับสัตว์อื่นได้หรือไม่
  6. ไวรัสในกลุ่ม Lentiviruses รวมทั้ง SIV ในลิง HIV ในคนหรือ FIV ในแมวมักก่อให้เกิดการติดเชื้อและเกิดอาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจำกัดเฉพาะในแต่ละชนิดสัตว์ ไม่ข้ามชนิดสัตว์ในสัตว์การติดต่อมักผ่านทางการกักและเชื้อเข้าทางบาดแผลผ่านทางน้ำลายที่มีเชื้อไวรัส เช่น FIV ในแมว

  7. เชื้อไวรัสเอดส์ของลิงต่างจากไวรัสเอดส์ของมนุษย์อย่างไร

ไวรัส SIV ในลิงชนิดต่าง ๆ จัดในกลุ่ม Lentiviruses ซึ่งมีรูปร่างลักษณะทางกายภาพและทางชีวภาพสัมพันธ์กันกับ HIV-1 และ HIV-2 ดังได้กล่าวมาแล้ว และไวรัสในกลุ่มดังกล่าวมีเซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นเซลล์เป้าหมายในการเพิ่มจำนวนของไวรัสและมีกลไกในการก่อโรคของกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ไวรัสจะทำลายเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันและเปิดโอกาสให้เกิดโรคติดเชื้ออื่นที่เรียกว่า การติดเชื้อฉกฉวยโอกาส ซึ่งทำให้สัตว์อาจตายลงด้วยอาการปอดบวม ท้องเสียเรื้อรัง อาการทางประสาทจากการติดเชื้อแทรกซ้อนในสมองหรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปว่า HIV อาจมีวิวัฒนาการมาจาก SIV โดยธรรมชาติไวรัสในกลุ่ม SIV มีความหลากหลายกันภายในลิงชนิดต่าง ๆ ที่แยกไวรัสดังกล่าวได้ เช่น ในลิงชิมแปนซี ในลิงแสม หรือลิงเขียวจากอาฟริกา เมื่อต้นปี 1999 กลุ่มผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยอลาบามา พบว่ SIV ที่พบในเนื้อเยื่อลิงชิมแปนซีมีพันธุกรรมเหมือนกันมากกับ HIV-1 ก่อนหน้านั้นก็มีรายงานความใกล้เคียงทางพันธุกรรมของ SIV ที่แยกได้จากลิงเขียวจากอาฟริกากับพันธุกรรมของไวรัส HIV-2 เช่นกัน


ข้อมูลจาก
รศ.น.สพ.ดร.คณิศักดิ์ อรวีระกุล
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ